Beam

 

วันนี้กระผมนำสิ่งที่น่าสนใจมาฝากเพื่อนๆกันครับ

เป็นเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆทุกคนนะครับ

เกร็ดความรู้ที่ดีต่อชีวิต

เกร็ดความรู้ที่ดีต่อชีวิต
1. เรื่องขวดน้ำพลาสติกที่บรรจุน้ำดื่ม
ปัจจุบันเพิ่งมีคนตายเพราะการนำขวดพลาสติกดังกล่าวไปบรรจุน้ำดื่มครั้งแล้วครั้งเล่า โดยสารพิษชนิดหนึ่ง
สามารถละลายออกมาปะปนกับน้ำดื่ม เนื่องจากขวดประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ครั้งเดียว อายุการใช้งานสั้น ๆ เท่านั้น ดังนั้นจึงไม่สมควรเสียดาย นำมาบรรจุน้ำดื่มอีก รวมทั้งน้ำที่มากับขวด หากแม้ว่าเปิดกินไม่หมดแล้วเก็บไว้ในรถยนต์ ซึ่งรถดังกล่าวอาจจอดที่ ๆ ร้อน ๆ ความร้อนก็มีผลกับสารพิษที่มากับขวดได้ ดังนั้นเมื่อเปิดดื่มแล้ว ควรดื่มให้หมดภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ โดยเฉพาะหากเก็บขวดนั้นไว้ที่ร้อน ๆ ถ้าเก็บที่อุณหภูมิห้องจะ ปลอดภัยกว่า

2. ม่านพลาสติกที่แขวนในห้องน้ำเพื่อกั้นพื้นที่แห้ง กับเปียก มีนักจุลชีววิทยา คนนึงในต่างประเทศ เค้าสังเกตว่าที่ม่านพลาสติกมีคราบดำ ๆ ทีแรกเค้าคิดว่าเป็นคราบสบู่ เค้าลองขูดแล้วเอาไปส่องกล้อง ปรากฏว่าคราบดำ ๆ ดังกล่าวเป็นแบคทีเรียชนิดร้ายแรงที่เติบโตโดยอาศัย การผายลม การเลอ การไอ จาม ของมนุษย์เรานี่แหละ เป็นอาหารอย่างดีของมัน เค้าแนะนำว่า เราควร ถอดไปซัก อาทิตย์ละครั้ง หรือ เดือนละ 2 ครั้งก็ได้ หรือถ้าไม่มีเวลาก็เดือนละครั้งก็ยังดี
โดยเจ้าเชื้อโรคเนี่ยมันจะเข้ามาทำอันตรายเราก็ต่อเมื่อ เราป่วย มีบาดแผล คนแก่ คนที่ผ่าตัด เปลี่ยนอวัยวะ แล้วต้องกินยากดภูมิคุ้มกัน

3. เรื่องคนนอนดึก เราควรพักผ่อนเข้านอนเวลา 3 ทุ่ม
เนื่องจากร่างกายเราต้องการเวลาในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ขับของเสียตามอวัยวะต่าง ๆ ย่อยอาหารให้หมด
ถ้ากินมื้อหนักตอนกลางคืน แถมนอนดึกอีก รับรองว่าอ้วนพุงพุ้ย แน่นอน ไขมันเผาผลาญไม่หมดมันเลยสะสม แต่ถ้านอนดึกเลี่ยงไม่ได้ ควรปฏิบัติดังนี้
3.1 งดเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู ไก่ เพราะย่อยยาก ลำไส้ต้องทำงานหนัก
3.2 หากเราอยากกินเนื้อสัตว์ ก็ควรช่วยลำไส้ด้วยการเคี้ยวให้ละเอียด ยิ่งเคี้ยวละเอียด ยิ่งดี จะได้แบ่งเบาภาระลำไส้
3.2 ดื่มน้ำขิง ผสม น้ำผึ้ง อุ่น ๆ หรือ น้ำอุ่นธรรมดา + น้ำผึ้ง หรือถ้าไม่มีอะไรเลย น้ำอุ่น ธรรมดา สัก 1 แก้วก็ได้

3.3 เวลานอน ควรทำให้ช่วงท้อง / ฝ่าเท้าอุ่น โดยการห่มผ้า
3.4 ที่จริงมื้อดึก ควรเป็นมื้อเบา ๆ อย่างเช่น ผัก ผลไม้ นม ไข่ เนื้อปลา จะดีกว่า
3.5 ควรเลี่ยงน้ำเย็น น้ำอัดลม เพราะเพิ่มภาระให้ระบบภายในร่างกาย ร่างกายเราต้องความร้อนเพราะช่วยในการย่อยอาหาร หากดื่มแต่น้ำเย็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังมื้ออาหาร จะทำให้ร่างกายเราต้องพยายามปรับอุณหภูมิ ให้อุ่นเหมาะสมก่อน แล้วจึงนำไปใช้  การดื่มน้ำอัดลมก็ไม่มี ประโยชน์อะไร เพิ่มกรดให้ร่างกาย แถมมีน้ำตาลที่สะสมตามร่างกายอีก

****ถ้าอยากกินเนื้อสัตว์ ควรกินเวลา 7.00 น - 9.00 น. เนื่องจากกระเพาะเรามีสภาพ เป็นกรดสูงมากที่สุด ดังนั้นมื้อเช้าจะจำเป็นมาก ๆ ถ้าอดมื้อเช้าไปนาน ๆ
ขั้วกระเพาะเราจะเป็น ปุ่มปม และนานเข้า ๆ ก็กลายเป็นมะเร็งในกระเพาะ

อย่าลืมดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้วนะ น้ำสะอาดจะช่วยล้างของเสีย ออกจากร่างกาย อย่าขี้เกียจลุกไปห้องน้ำเด็ดขาด

ห้ามอดหลับอดนอนตั้งแต่ ตีหนึ่ง เด็ดขาด เนื่องจาก
ถุงน้ำดีกำลังย่อยไขมัน ถ้าอดนอนเวลานี้ บ่อย ๆ จะเป็นนิ่วในถุงน้ำดี

ห้ามกินนมตอนเช้า แทนข้าวเช้า เนื่องจาก ตอนเช้ากระเพาะเป็นกรดสูงมาก นึกสภาพดูหากเรา บีบน้ำมะนาวลงในนม จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี กลายเป็นคอลลอยด์ มันไม่ย่อยนะจ๊ะ ถ้าดื่มนมตอน ท้องว่างแบบนี้ติดต่อกันเป็นประจำแทนข้าวเช้า ระวังมะเร็งในไขกระดูกนะ
แต่ถ้าเป็นช่วงหลัง อาหารเช้า หรือ ตอนบ่ายไปแล้ว หรือตอนเย็นดื่มได้ตามปกติจ้า มื้อเย็นอาจเป็นมื้อง่าย ๆ
อย่างนม กับไข่ก็ไม่ว่ากัน

ถั่วต่าง ๆ รวมทั้งธัญพืชสารพัดอย่าง เช่น ลูกเดือย ข้าวฟ่าง ฯลฯ มีประโยชน์ต่อลำไส้ คือ ช่วยกวาดเชื้อโรค + แบคทีเรียชนิดไม่ดี ออกจากลำไส้เรา ควรกิน อาทิตย์ละครั้ง อย่างน้อย

พืชผักสีเขียว มีคลอโรฟิวส์ ช่วยทำให้เม็ดเลือดลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดี เซลแต่ละเซลล์จะแข็งแรงเมื่อมีออกซิเจนไปหล่อเลี้ยง ก่อนเอาผักมากิน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสารพิษ อย่าลืมแช่น้ำส้มสายชู 45 นาทีนะ

ที่มา - http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=blacktulip&month=10-2006&date=12&group=16&gblog=11

พอเริ่มใกล้จะจบ  กระผมก็รู้สึกเสียวๆยังไงก็ไม่รู้ ต้องเข้าร่วมชาวแก๊งค์วัยทำงานแล้ว
เดี๋ยวก็ต้องไปสมัครงาน คิดแล้วกลุ้มอ่ะ โดดงานเหมือนโดดเรียนก็ไม่ได้ ตื่นเช้าๆ เซ็งเป็ดอ่ะ
กระผมได้เจอข้อความดีๆ น่าศึกษานะครับ และหวังว่ามันจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆเป็นอย่างมากเวลาสมัครงานแน่นอนครับ
Cleo - หลังทำงานที่เดิมไปได้สักพักใหญ่ จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ในที่สุดคุณก็ยื่นใบลาออก และออกมาสมัครงานที่ใหม่คุณได้เปรียบตรงที่มีประสบการณ์มากกว่าเด็กจบใหม่ แต่ก็ต้องเจอคำถามหินๆ ที่อาจทำให้คุณตกสัมภาษณ์ได้ง่ายๆ ลองมาดูสิว่าคุณต้องเจออะไรบ้าง ...

 “อะไรทำให้บริษัทเรามั่นใจว่าถ้ารับคุณแล้ว คุณจะไม่ลาออก และทำให้เราต้องเสียเวลาหาคนใหม่อีก”

คุณอาจเป็นคนชอบความท้าทายมาก...มากเสียจนทำให้บริษัทใหม่เริ่มไม่แน่ใจว่า บริษัทเขาจะน่าค้นหาสำหรับคุณมากแค่ไหน ลองตอบว่า...

“ก่อนหน้านี้ดิฉันทำงานหลากหลายก็จริง แต่การลาออกมีเหตุผลทุกครั้งยิ่งที่นี่มีแนวทางการทำงานที่ชัดเจน รอดผ่านวิกฤตมาแล้วก็หลายครั้ง ถ้าได้ร่วมงานกับบริษัทที่มีความสามารถขนาดนี้ ก็คงทำให้ดิฉันได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ที่น่าสนใจมาก เป็นใครก็คงไม่คิดอยากลาออกแน่นอนค่ะ”

“ก่อนหน้านี้รู้สึกว่าตัวเองยังขาดคุณสมบัติหลายอย่างที่ใช้ในการทำงาน ดิฉันก็เลยยอมใช้เวลากลับไปพัฒนาตัวเองค่อนข้างมาก ตอนนี้ดิฉันพร้อมสำหรับการทำงานอย่างจริงจังอีกครั้ง และคิดว่าจะใช้ความรู้ความสามารถให้เต็มที่และดีที่สุด ถ้าได้ทำงานที่นี่ ดิฉันไม่ลาออกง่ายๆ แน่คะ”

“ทำไมคุณถึงออกจากงานที่เก่า”

ตอนลาออกคุณอาจไม่ได้มีเหตุผลสวยหรูอะไรเลย เช่น งานน่าเบื่อ ที่ทำงานอยู่ไกลบ้าน เงินเดือนน้อย หัวหน้างานโหด คุณคงตอบตรงๆ แบบนั้นไม่ได้แน่ ถ้าอย่างนั้นเรามีคำแนะนำ

“ทำงานแล้วรู้สึกว่าตัวเองยังขาดทักษะเรื่องภาษาจีน ทำงานไม่คล่อง เลยตัดสินใจว่าลาออกและไปเรียน ภาษาจีนอย่างจริงจัง ตอนนี้เรียนจบแล้วเลยกลับมาสมัครงานอีกครั้งคะ”

“อยากลองเปลี่ยนฟิลด์มาทำงานด้านประชาสัมพันธ์บ้างค่ะ (ถ้าคุณสมัครงานในตำแหน่งใหม่) สมัยเรียนได้เกรดค่อนข้างดี แล้วก็เป็นคนชอบพบปะพูดคุยกับคนค่ะ ชอบการเขียนข่าว แต่พอดีคราวที่แล้วบริษัทเก่าให้โอกาสเราได้ลองทำงานด้านครีเอทีฟ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดี เลยคิดว่าขอลองทำดูก่อน แต่พอทำแล้วก็เลยค้นพบว่าเราอยากทำงานด้านประชาสัมพันธ์มากกว่า เลยลาออกค่ะ”

“ทำไมคุณถึงมาสมัครงานที่บริษัทเรา ซึ่งเป็นคู่แข่งกับบริษัทเดิมของคุณ”

คำถามนี้ต้องมีสติและตอบให้ดี ไม่อย่างนั้นคำตอบของคุณอาจจะทำให้รู้สึกเหมือนดูถูกบริษัทเก่าโดยไม่รู้ตัว

“จริงๆ งานที่บริษัทเก่าให้ประสบการณ์ที่ดีมาก แต่เพราะอยากทำงานกับบริษัทใหญ่ที่เป็นต่างชาติดูบ้าง จะได้ทำติดต่องานกับตลาดที่กว้างขึ้น และได้พบปะคนที่หลากหลายขึ้นด้วยค่ะ”

“พอดีได้มีโอกาสศึกษาการทำงานที่นี่อยู่บ่อยครั้ง และพบว่าที่นี่ผู้บริหารเปิดโอกาสให้กับคนทำงานรุ่นใหม่ค่อนข้างมาก คิดว่าถ้าได้ทำงานที่นี่ก็น่าจะช่วยพัฒนาและเพิ่มความรู้ความสามารถได้อย่างเต็มที่”

“งานที่นี่ค่อนข้างหนักมาก กลับบ้านไม่เป็นเวลา บางทีต้องทำงานวันเสาร์ วันอาทิตย์ด้วย หลายคนลาออกไปเพราะชีวิตครอบครัวมีปัญหา คุณไม่กลัว ว่าจะเป็นแบบนั้นบ้างหรอ”

เป็นคำถามเชิงจิตวิทยาที่ถ้าคุณคิดตามจะรู้สึกว่า ไม่น่ากลัวไปหน่อยเหรอแล้วถ้างานนี้ทำให้ฉันต้องเลิกกับแฟน ฉันคงอยู่ไม่ได้แน่ แต่ถ้าคุณอยากทำงานที่นี่จริงๆ ตอบไปเลยว่า

 “สมัยเรียนดิฉันทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยค่ะ ยอมรับว่าวันแรกๆ ก็ต้องปรับตัวพอสมควร แต่พองานสนุกมันเป็นพลังให้เราไม่ท้อ อีกอย่างถ้าเราไม่คิดว่านี่เป็นปัญหา แต่คิดว่าเป็นสิ่งท้าทาย ถ้าเราทำได้ทุกอย่างก็จะผ่านไปด้วยดี ซึ่งตอนนั้นก็ผ่านไปด้วยดีจริงๆ ค่ะ”

“ตอนทำงานที่เก่าดิฉันก็มีลักษณะคล้ายกันเลย บางคืนอาจต้องค้างออฟฟิศบ้าง บางทีต้องไปต่างจังหวัดไม่ได้กลับบ้านหลายวัน โชคดีว่าครอบครัวดิฉันเข้าใจดีว่าลักษณะงานของดิฉันต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ก็เลยไม่เคยบ่นหรือต่อว่าเรื่องเวลาทำงานของดิฉันเลย”

 

ที่มา - http://jobmsn.jobjob.co.th/th/Career_Development/560/4_คำถามโหดๆ_ทำคุณหน้าซีด_ตอนสมัครงานที่ใหม่

เซ็ง น้ำมันแพงเฟร้ยยยยย

กระผมมันก็แค่มดตัวเล็กๆบนโลกใบนี้ จะทำอะไรก็ไม่ได้ ที่ทำได้ ก็แค่ก้มหน้าก้มตารับกรรม โดนไป ลิตรละ 40 บาท

แพงกว่า น้ำ ข้าว อีกอ่ะ....

มันจำเป็นแล้วล่ะครับที่เราต้องมาศึกษาถึงทางเลือกอื่นๆ ถึงแม้มันจะช่วยเราไม่ได้มาก แต่ก็คุ้มค่าสำหรับการสละเวลาอ่านข้อความนี้สัก 10 นาทีนะครับกระผม

 

E85 และน้ำมันสารพัดชนิด

ขณะนี้มีน้ำมันที่เป็นพลังงานทดแทนหลายชนิดขายในปั๊ม
แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ ทดแทนน้ำมันเบนซิน และทดแทนน้ำมันดีเซล

กลุ่มทดแทนเบนซิน ประกอบด้วย แก๊สโซฮอล์ 95 แก๊สโซฮอล์ 91 แก๊สโซฮอล์อี 20 มีชื่อเรียกสั้นๆ อี 20 และตัวใหม่ที่รัฐบาลกำลังกล่าวถึงคือ อี 85

คำว่า อี ย่อมาจาก Etannol : เอทานอล เป็นส่วนประกอบสำคัญของแก๊สโซฮอล์

แก๊สโซฮอล์ คือน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ ที่มีส่วนผสมระหว่างเบนซินกับเอทานอล หรือเอทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งมีความบริสุทธิ์ 99.5%

เอทานอลเป็นผลผลิตจากพืช เช่น อ้อย กากน้ำตาล และมันสำปะหลัง

แก๊สโซฮอล์ 95 คือส่วนผสมระหว่างน้ำมัน 90% เอทานอล 10% สามารถใช้ทดแทนน้ำมันเบนซิน 95 ได้ทันทีไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ใดๆ เพิ่มเติม และสามารถเติมสลับหรือผสมกับเบนซิน โดยไม่ต้องรอให้น้ำมันหมดถัง

ก่อนหน้านี้เบนซิน 95 ใช้สารเอ็มทีบีอี (Methyl Tertiary Butyl Ether) ซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศเช่นเดียวกันน้ำมัน เป็นสารเพิ่มค่าออกเทน

รถยนต์ที่จะเติมแก๊สโซฮอล์ 95 ต้องเป็นรถระบบหัวฉีดที่ผลิตหลังปี 1995

แต่ก็ยังมีรถยนต์หลายรุ่นที่ผลิตหลังปี 1995 เติมแก๊สโซฮอล์ไม่ได้ ทำให้กระทรวงพลังงานไม่กล้ายกเลิกการขายเบนซิน 95 ตามแผนที่กำหนดไว้

สำหรับแก๊สโซฮอล์ 91 มีส่วนผสมลักษณะเดียวกับแก๊สโซฮอล์ 95 เพียงแต่มาตรฐานของเบนซินที่นำมาผสมจะต่ำกว่า

รถที่ใช้แก๊สโซฮอล์ 91 ได้ส่วนใหญ่จะเป็นรถรุ่นใหม่ที่เติมเบนซิน 91 มาก่อน ทางที่ดีควรตรวจสอบกับค่ายรถยนต์ว่ารถที่ขับอยู่นั้นเติมแก๊สโซฮอล์ 91 ได้หรือไม่

ส่วนอี 20 เป็นส่วนผสมระหว่างเบนซิน 80% และเอทานอล 20%

รถยนต์ที่จะเติมอี 20 ต้องเป็นรถรุ่นใหม่ที่ระบุว่าให้ใช้อี 20 ได้เท่านั้น

ไทยเริ่มขายรถยนต์อี 20 พร้อมกับน้ำมันอี 20 มาตั้งแต่ 1 ม.ค.2551

รถเบนซินที่ผลิตก่อนปี 2551 จะเติมน้ำมันอี 20 ไม่ได้ เพราะมีส่วนผสมของเอทานอลที่มีปริมาณมากเกินกว่าอุปกรณ์ของรถยนต์ทั่วไปจะรับได้

แต่รถยนต์อี 20 สามารถเติมเบนซินธรรมดา แก๊สโซฮอล์ 91 และแก๊สโซฮอล์ 95 ได้ไม่มีปัญหา

ส่วนรถยนต์อี 85 ที่รัฐบาลกำลังพูดถึงกันในขณะนี้ คือ รถยนต์ที่สามารถเติมน้ำมันได้ตั้งแต่เบนซินธรรมดาจนถึงน้ำมันเบนซินที่ผสมเอทานอล 85%ขณะนี้มีใช้แพร่หลายในบราซิล และหลายประเทศในยุโรป

น้ำมันพลังงานทดแทนกลุ่มทดแทนดีเซล ประกอบด้วย ไบโอดีเซลบี 5 และไบโอดีเซลบี 2 หรือเรียกกันสั้นๆ บี 5 และบี 2 ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างดีเซลกับไบโอดีเซล

คำว่า บี ย่อมาจาก Biodiesel : ไบโอดีเซล

ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงเหลวที่ผลิตจาก น้ำมันพืชและไขมันสัตว์ เช่น ปาล์ม มะพร้าว ถั่วเหลือง ทานตะวัน สบู่ดำ หรือน้ำมันพืช น้ำมันสัตว์ ที่ผ่านการใช้งานแล้วนำมาทำปฏิกิริยาทางเคมี จนมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันดีเซล

บี 2 เป็นส่วนผสมระหว่างดีเซล 98% ไบโอดีเซล 2% ทุกปั๊มในไทยขายบี 2 แทนดีเซลในราคาเดียวกับดีเซลแล้วมาตั้งแต่ 1 ก.พ.2551 แต่ไม่มีการเปลี่ยนชื่อเรียก เพื่อป้องกันการสับสน

ส่วนบี 5 คือส่วนผสมระหว่างดีเซล 95% ไบโอดีเซล 5% รถดีเซลสามารถใช้บี 5 ได้ทุกคัน ก่อนหน้านี้กระทรวงพลังงานเคยจะประกาศบังคับใช้บี 5 แทนดีเซล

แต่มีค่ายรถยนต์บางแห่งไม่ยอมรับ กลัวมีปัญหากับเครื่องยนต์คอมมอนเรล ที่เป็นเครื่องยนต์รุ่นใหม่ กระทรวงพลังงานจึงเปลี่ยนแผนมาเป็นบี 2 แทน

 

ที่มา : http://campus.sanook.com/u_life/knowledge_04272.php

 

หวังว่าเพื่อนๆ คงจะได้ความรู้เกี่ยวกับน้ำมัน เพิ่มขึ้นนะครับ