Koh

9 คำพ่อสอน

posted on 03 Sep 2008 10:17 by thewinner406  in Koh

 

        สวัสดีครับทุกท่าน เนื่องจากปัจจุบันสังคมไทยเราจะยิ่งแย่มากขึ้นไปทุกที เกิดความขัดแย้ง แบ่งพักแบ่งพวก ดังนั้นผมเลยขออันเชิญพระดำรัสของพ่อมาเพื่อช่วยเตือนสติของปวงชนชาวไทย ให้เดินรอยตามคำพ่อสอน เพื่อจะได้เกิดความสมัครสมานสามัคคีกันนะครับ

Photobucket

9 คำพ่อสอน

1. ความเพียร

การสร้างสรรค์ตนเอง การสร้างบ้านเมืองก็ตาม มิใช่ว่าสร้างในวันเดียว ต้องใช้เวลา ต้องใช้ ความเพียร ต้องใช้ความอดทน เสียสละ แต่สำคัญที่สุดคือความอดทนคือไม่ย่อท้อ ไม่ย่อท้อในสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่ดีงามนั้นทำมันน่าเบื่อ บางทีเหมือนว่าไม่ได้ผล ไม่ดัง คือดูมันครึทำดีนี่ แต่ขอรับรองว่าการทำให้ดีไม่ครึต้องมีความอดทน เวลาข้างหน้าจะเห็นผลแน่นอนในความอดทนของตนเอง

พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักเรียน นักศึกษา ครู และอาจารย์ ในโอกาสเข้าเฝ้าฯ วันที่ 27 ตุลาคม 2516

2. ความพอดี

ในการสร้างตัวสร้างฐานะนั้นจะต้องถือหลักค่อยเป็นค่อยไป ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังและความพอเหมาะพอดี ไม่ทำเกินฐานะและกำลัง หรือทำด้วยความเร่งรีบ เมื่อมีพื้นฐานแน่นหนารองรับพร้อมแล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญก้าวหน้าในระดับสูงขึ้น ตามต่อกันไปเป็นลำดับผลที่เกิดขึ้นจึงจะแน่นอน มีหลักเกณฑ์ เป็นประโยชน์แท้และยั่งยืน

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 18 ธันวาคม 2540

3. ความรู้ตน

เด็กๆ ทำอะไรต้องหัดให้รู้ตัว การรู้ตัวอยู่เสมอจะทำให้เป็นคนมีระเบียบและคนที่มีระเบียบดีแล้ว จะสามารถเล่าเรียนและทำการงานต่างๆ ได้โดยถูกต้องรวดเร็ว จะเป็นคนที่จะสร้างความสำเร็จและความเจริญ ให้แก่ตนเองและส่วนรวมในอนาคตได้อย่างแน่นอน

พระบรมราโชวาท พระราชทานลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็ก ประจำปี 2521

4. คนเราจะต้องรับและจะต้องให้

คนเราจะเอาแต่ได้ไม่ได้ คนเราจะต้องรับและจะต้องให้ หมายความว่าต่อไป และเดี๋ยวนี้ด้วยเมื่อรับสิ่งของใดมา ก็จะต้องพยายามให้ ในการให้นั้น ให้ได้โดยพยายามที่จะสร้างความสามัคคีให้หมู่คณะและในชาติ ทำให้หมู่คณะและชาติประชาชนทั้งหลายมีความไว้ใจซึ่งกันและกันได้ ช่วยที่ไหนได้ก็ช่วย ด้วยจิตใจที่เผื่อแผ่โดยแท้

พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 20 เมษายน 2521

5. อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ

ในวงสังคมนั้นเล่า ท่านจะต้องรักษามารยาทอันดีงามสำหรับสุภาพชน รู้จักสัมมาคารวะ ไม่แข็งกระด้าง มีความอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ พร้อมจะเสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อส่วนรวม

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 25 มิถุนายน 2496

6. พูดจริง ทำจริง

ผู้หนักแน่นในสัจจะพูดอย่างไร ทำอย่างนั้น จึงได้รับความสำเร็จ พร้อมทั้งความศรัทธาเชื่อถือและความยกย่องสรรเสริญ จากคนทุกฝ่าย การพูดแล้วทำ คือ พูดจริง ทำจริง จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมเกียรติคุณของบุคคลให้เด่นชัด และสร้างเสริมความดี ความเจริญ ให้เกิดขึ้นทั้งแก่บุคคลและส่วนรวม

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 10 กรกฎาคม 2540

7. หนังสือเป็นออมสิน

หนังสือเป็นการสะสมความรู้และทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ได้สร้างมา ทำมา คิดมา แต่โบราณกาลจนทุกวันนี้ หนังสือจึงเป็นสิ่งสำคัญ เป็นคล้ายๆ ธนาคารความรู้และเป็นออมสิน เป็นสิ่งที่จะทำให้ มนุษย์ก้าวหน้าได้โดยแท้

พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะสมาชิกห้องสมุดทั่วประเทศ ในโอกาสที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท วันที่ 25 พฤศจิกายน 2514

8. ความซื่อสัตย์

ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นพื้นฐานของความดีทุกอย่าง เด็กๆ จึงต้องฝึกฝนอบรมให้เกิดมีขึ้นในตนเอง เพื่อจักได้เติบโตขึ้นเป็นคนดีมีประโยชน์ และมีชีวิตที่สะอาด ที่เจริญมั่นคง

พระบรมราโชวาท พระราชทานเพื่อเชิญลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็ก ปีพุทธศักราช 2531

9. การเอาชนะใจตน

ในการดำเนินชีวิตของเรา เราต้องข่มใจไม่กระทำสิ่งใดๆ ที่เรารู้สึกด้วยใจจริงว่าชั่วว่าเสื่อม เราต้องฝืนต้องต้านความคิดและความประพฤติทุกอย่างที่รู้สึกว่าขัดกับธรรมะ เราต้องกล้าและบากบั่นที่จะกระทำสิ่งที่เราทราบว่าเป็นความดี เป็นความถูกต้อง และเป็นธรรม ถ้าเราร่วมกันทำเช่นนี้ ให้ได้จริงๆ ให้ผลของความดีบังเกิดมากขึ้นๆ ก็จะช่วยค้ำจุนส่วนรวมไว้มิให้เสื่อมลงไป และจะช่วยให้ฟื้นคืนดีขึ้นได้เป็นลำดับ


พระราชดำรัส พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่าน ในพิธีเปิดการประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศ ครั้งที่ 12 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 12 ธันวาคม 2513

 

ขอให้คนไทนรักกัน สามัคคีกัน นะครับ

edit @ 7 Sep 2008 22:02:12 by ThE'' Winn3R

สวัสดีครับ วันนี้ผมขอนำเสนอประวัติของหลวงปู่ที่ผมเคารพนับถือท่านมากท่านหนึ่งครับ สมญานามของท่านคือ เทพเจ้าลุ่มนําท่าจีน

พระไพโรจน์วุฒาจารย์ (หลวงปู่รุ่ง ติสฺสรมหาเถระ)

ชาติภูมิ

พระไพโรจน์วุฒาจารย์ ฉายา ติสฺสโร นามเดิม รุ่ง นามสกุล พ่วงประพันธ์ เกิดที่ตำบลบางยาง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เกิดวันเสาร์ แรม ๘ค่ำ เดือน ๙ พุทธศักราช ๒๔๑๖ โยมบิดาชื่อ นายพ่วง โยมมารดาชื่อ นางกิม พ่วงประพันธ์

บรรพชาอุปสมบท

บรรพชาอุปสมบทเมื่อวันเสาร์ที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๓๗ ขึ้น ๑ ค่ำเดือน๖ ปีมะเมีย มีเจ้าอธิการทับ วัดน้อยนพคุณแขวงสามเสน เขตดุสิตกรุงเทพฯ เป็นอุปัชฌาย์ เจ้าอธิการบัว วัดใหม่ทองเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ เป็นกรรมมวาจารย อุปสมบทได้ 2 วันก็ย้ายมาอยู่วัดท่ากระบือ ขณะนั้นมีฐานะเป็นสำนักสงฆ์ ตั้งขึ้นเมื่อ
พ.ศ.๒๔๓๐

งานการปกครอง

พ.ศ. ๒๔๔๒ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส เรียกว่า พระอธิการรุ่ง ติสฺสโร

พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้รับแต่งตั้งเป็นอุปฌาย์ เรียกว่า เจ้าอธิการรุ่ง ติสฺสโร

พ.ศ. ๒๔๘๒ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูประทวน เรียกว่า พระครูรุ่ง ติสฺสโร

พ.ศ. ๒๔๘๓ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอกระทุ่มแบน เมื่อ ๘ เมษายน ๒๔๘๓

พ.ศ. ๒๔๘๙ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโทที่ พระครูไพโรจน์มันตาคม เมื่อ ๑ มีนาคม ๒๔๘๙

พ.ศ. ๒๔๙๔ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก เมื่อ ๕ ธันวาคม ๒๔๙๔

พ.ศ. ๒๔๙๙ เป็นพระราชาคณะที่ เมื่อ ๕ ธันวาคม ๒๔๙๙

งานการศึกษา

-ส่งเสริมพระภิกษุสามเณรให้ได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย

-จัดส่งพระภิกษุไปศึกษาสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน

-ส่งเสริมศิษย์วัดให้เรียนหนังสือได้ อ่านออกเขียนได้

-จัดส่งพระภิกษุไปศึกษาเล่าเรียนภาษาบาลี

งานการเผยแผ่

    หลวงปู่รุ่งท่านได้แสดงพระธรรมเทศนาอบรมสั่งสอนพุทธบริษัทให้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ

    จัดส่งพระภิกษุไปแสดงธรรมผู้ถือศีลปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ

    ส่งเสริมการศึกษาปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิภาวนา

งานสาธารณูปการ

   -การสงเคราะห์ประชาชน เช่น  ประกอบยาแผนโบราณแก่ผู้เจ็บป่วยงานนวกรรม

   -การก่อสร้างเสนาสนะถาวรวัตถุร่วมกับพระ และประชาชน  ดังปรากฎอยู่ถึงปัจจุบัน

    ๑.กุฏิสงฆ์ ๓๑ หลัง

    ๒.ศาลาการเปรียญ พ.ศ.๒๔๖๒

    ๓.ศาลาสามมุข พ.ศ.๒๔๖๔

    ๔.หอสวดมนต์ พ.ศ.๒๔๖๘

    ๕.อุโบสถ พ.ศ.๒๔๘๕

    ๖.วิหารใหญ่ ๒ หลัง พ.ศ.๒๔๙๓

    ๗.หอไตรปิฎกสามมุข พ.ศ.๒๔๗๙

    ๘.โรงเรียนประชาบาล พ.ศ.๒๔๘๒

    ๙.พระประธานปางสมาธิในอุโบสถ พ.ศ.๒๔๘๗

   ๑๐.พระปางปฐมเทศนา ในวิหาร พ.ศ.๒๔๙๓

   ส่งเสริมศิษย์วัดให้เรียนหนังสือได อ่านออกเขียนได้

  จัดส่งพระภิกษุไปศึกษาเล่าเรียนภาษาบาลี

  จัดส่งพระภิกษุไปศึกษาสมถวิปัสสนากรรมฐาน

 

*คัดลอกมาจากหนังสือประวัติและประมวลภาพวัตถุมงคล พระไพโรจน์วุฒาจารย์(หลวงพ่อรุ่ง ติสฺสโร)

จาก ส.รัตนการพิมพ์

วันนี้จบแค่นี้ละครับ แล้วคราวหน้าผมจะเอาประวัติ วัดท่ากระบือ ที่ท่านเคยเป็นเจ้าอาวาส มาฝากกันนะครับ
วันนี้ก็ขอตัวละครับ สวัสดีทุกท่านครับ

 

ประวัติหลวงปู่แย้ม

posted on 07 Aug 2008 23:08 by thewinner406  in Koh

สวัสดีครับคนรักษ์พระทุกท่าน กระผมกลับมาแล้ว ที่ห่างหายไปนานเนื่องจากอยู่ในช่วงสอบครับ

เริ่มกันเลยครับ วันนี้ผมขอแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับ หลวงปู่ที่ผมเคารพและศรัทธาท่านมาก ท่านถือเป็นพระเกจิอาจารย์ ของยุคนี้จิงๆๆครับ

หลวงพ่อแย้ม วัดสามง่าม จ.นครปฐม ผู้สืบทอด "กุมารทอง" ตำรับ "หลวงพ่อเต๋ คงทอง"

พระครูประยุตนวการ หรือ หลวงพ่อแย้ม ฐานยุตฺโต เจ้าอาวาส วัดสามง่าม (วัดอรัญญิการาม) อ.ดอนตูม จ.นครปฐม นับเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงเด่นดังอีกรูปหนึ่งใน จ.นครปฐม ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะมีงานพิธีพุทธาภิเษก วัตถุมงคล ณ ที่แห่งใด ก็มักจะต้องปรากฏชื่อหลวงพ่อแย้มร่วมพิธีปลุกเสกด้วยเสมอ

หลวงพ่อแย้มมีลูกศิษย์มากมายอยู่ทั้งใน และนอกประเทศ ด้วยความเคารพศรัทธาในบารมีธรรมของท่าน โดยเฉพาะการสร้าง และปลุกเสกวัตถุมงคลต่างๆ รวมทั้ง ตะกรุด ๓ หู และกุมารทอง ที่ท่านได้เล่าเรียนสืบทอด วิชามาจาก "เทพเจ้าแห่งดอนตูม" นาม "หลวงพ่อเต๋ คงทอง" อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ขมังเวทแห่ง วัดสามง่าม ซึ่งหลวงพ่อเต๋นั้น ท่านเป็นลูกศิษย์ ของหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก และหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง อดีต ๒ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของเมืองนครปฐมในอดีต

ประวัติโดยสังเขป

หลวงพ่อแย้ม ฐานยุตฺโต เดิมชื่อ นายแย้ม เดชมาก เกิดเมื่อวันที่ ๕ มกราคม พ.ศ.๒๔๕๘ ปีเถาะ ที่ ต.ดอนตูม อ.บางเลน จ.นครปฐม เป็นบุตรของ นายแหยม และนางวงษ์ เดชมาก ครอบครัวมีอาชีพทำนา

เมื่ออายุ ๒๔ ปี ได้บรรพชาเป็นพระภิกษุในวันที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๑ เวลา ๑๕.๒๕ น. ณ วัดสามง่าม ต.สามง่าม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยมี พระครูอุตตการบดี เป็นอุปัชฌาย์ พระครูอธิการเต๋ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์เพ็ชร์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

เมื่อบวชแล้ว จึงได้เล่าเรียนวิชา และปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อเต๋ที่วัดสามง่าม จึงถือได้ว่าหลวงพ่อแย้มเป็น "ศิษย์เอก" ผู้สืบทอดพุทธาคมจากหลวงพ่อเต๋เลยก็ว่าได้ นอกจาก ท่านจะมีวัตรปฏิบัติ และอุปนิสัยที่สงบเยือกเย็นเหมือนหลวงพ่อเต๋แล้ว ยังเป็นที่เล่าลือกันว่า วัตถุมงคลของหลวงพ่อแย้มก็บังเกิดความเข้มขลังไม่แตกต่างไปจากวัตถุมงคลของหลวงพ่อเต๋ องค์อาจารย์ที่ถ่ายทอดวิชาให้แก่ท่านเลย